สาเกในผลิตภัณฑ์ซูริมิ

  สาเก เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของญี่ปุ่นที่ทำมาจากการหมักข้าว  ไวน์ทั่วไปมีปริมาณแอลกอฮอล์ 9-16 % เบียร์มีปริมาณแอลกอฮอล์ 3-8 % ส่วนสาเก มีปริมาณแอลกอฮอล์ 18-20 % ซึ่งมีปริมาณแอลกอฮอล์ที่สูงกว่าเบียร์และไวน์ สาเกเป็นเหล้าญี่ปุ่นที่เราคุ้นหูกันบ่อย

               ในหนังสือ ซูริมิ : วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเนื้อบด  โดย ศ.ดร.สุทธวัฒน์  เบญจกุล  อาจารย์ภาควิชา เทคโนโลยีอาหาร คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากซูริมิ1 ในประเทศญี่ปุ่น ขั้นตอนและวิธีการนำซูริมิ มาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ เช่น Kamaboko, Chikuwa(หมึกหลอด),  Satsuma-age(ทอดมันปลา) ใช้สาเกเป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ ฉะนั้น เป็นสิ่งจำเป็นที่เราจะต้องสังเกตตราเครื่องหมายรับรองฮาลาลจากคณะกรรมการอิสลามก่อนการบริโภค

จากหนังสือ ซูริมิ : วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเนื้อบด  โดย ศ.ดร.สุทธวัฒน์  เบญจกุล 

ส่วนประกอบในการผลิต คามาโบโกะ
ซูริมิ       3.75          กก
เกลือ       113-118     ก.
โซเดียมกลูทาเมต    7.7-15       ก.
น้ำตาล          170-552    ก.
แป้ง           118-552     ก.
เหล้าสาเกหวาน     99          มล.
ไข่ขาว         8          ฟอง
พอลิฟอตเฟต        0.2-0.3 %    

ส่วนประกอบใน Chikuwa หรือหมึกหลอด
ซูริมิ                       52.5        กก.
แป้ง                       5.6          กก.
เกลือ                      1.12        กก.
น้ำตาล                    150         ก.
เหล้าสาเกหวาน      360        มล.
น้ำและน้ำแข็งบด

ส่วนประกอบใน Satsuma-age หรือทอดมันปลา      
ซูริมิ                        37.5        กก.
น้ำตาล                    3-3.75    กก.
เกลือ                      750-940 ก.
แป้ง                        29.4        กก.
แครอท                   11.2        กก.
เหล้าสาเกหวาน     360         มล.

………………………………………………………………………………..
อ้างอิง
http://en.wikipedia.org/wiki/Sake
ซูริมิ : วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเนื้อบด  โดย ศ.ดร.สุทธวัฒน์  เบญจกุล


ความประเสริฐของค่ำคืนลัยลุตุ้ลกอดรฺ

“ผู้หนึ่งผู้ใดที่เขาทำการละหมาดในคืนที่เป็นลัยละตุ้ลกอดรฺด้วยความศรัทธาและหวังในผลานิสงค์ของมัน ความผิดบาปของเขาที่ผ่านมาจะถูกลบล้างออกไป”

[ บันทึกโดย บุคอรีย์ ]

เราจะแยกแยะหนังหมูออกจากหนังชนิดอื่นได้อย่างไร?

หนังหมูส่วนใหญ่ดูลักษณะคล้ายกับหนังกลับ แต่โดยทั่วไปมันบางกว่าและมีจุดที่ดูเหมือนจุดรอยกดหรือรูเล็กๆ แม้ว่าจุดเหล่านี้จะปรากฏเฉพาะด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้น โดยปกติด้านอื่นจะมีลักษณะคล้ายกับจุดที่มีรอยกด อย่างไรก็ตามในเวลานั้นอาจสังเกตมันไม่เห็น

               เป็นเรื่องยากที่แยกแยะระหว่างหนังหมูและหนังกลับในผลิตภัณฑ์ แต่บนความรอบคอบและการตรวจตราอย่างละเอียดต่อลักษณะของจุดและรูของหนังหมูก็สามารถสังเกตุเห็นได้ แต่ถ้าคุณยังไม่แน่ใจก็ให้อ่านฉลากของผลิตภัณฑ์หรือถามพนักงานขาย ไม่ควรตั้งคำถามว่า “นี่เป็นหนังหมูใช่ไหม?” กับทางร้าน แต่ให้เขาบอกคุณว่าหนังสัตว์เหล่านี้ทำมาจากสัตว์อะไรบ้าง ถามเขาเพื่อพิสูจน์ความจริง

 จุด 3 จุด ที่เป็นลักษณะของหนังหมู

………………………………………………..

ที่มา :
หนังสือ HALAL HARAM . สมาคมผู้บริโภครัฐปีนัง มาเลเซีย 
ภาพประกอบได้จากการค้นหาทาง Google

ถุงมือนิรภัย บ่อยครั้งที่ทำมาจากหนังหมู

ถุงมือนิรภัยจากหนัง ใช้สำหรับงานหนัก ปกป้องมือจากวัตถุที่มีความหยาบ สะเก็ดไฟ และความร้อน และยังช่วยลดการกระแทกได้ด้วย

หนังหมู มีคุณสมบัติ ต่อการทนการเสียดสีดีที่สุด นุ่มสบาย และระบายอากาศได้ดีกว่าหนังวัว ราคาถูกและหาได้ง่ายภายในประเทศ มีความนุ่มและระบายอากาศได้ดี

……………………………………………………………..
ที่มา:
<A href=”http://www.thai-safetywiki.com/index“>http://www.thai-safetywiki.com/index</A>.
<A href=”http://qa.sunnipath.com“>http://qa.sunnipath.com</A>

แนวทางการบูรณาการ Halal-HACCP ในโรงงานอุตสาหกรรมอาหารและโรงฆ่าสัตว์

จัดทำระบบ HACCP ในผลิตภัณฑ์ที่ต้องการตามแนวทางของ Codex Alimemtarius โดยเพิ่มขอบข่ายของการศึกษาจากอันตรายทางชีวภาพ เคมี กายภาพ ที่มีผลต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ให้ครอบคลุมกิจกรรมที่อาจเกิดขึ้นและขัดต่อบทบัญญัติทางศาสนาอิสลามทำให้อาหารไม่ฮาลาลด้วย (Haram-CCP)

ขั้นเริ่มต้นในการจัดทำระบบ  (Preliminary Steps)   5    ขั้นตอน ได้แก่

  1. กำหนดนโยบาย   Halal-HACCP
  2. จัดตั้งทีมงาน       Halal-HACCP
  3. กำหนดขอบข่ายของการศึกษา รวมถึงศึกษารายละเอียดผลิตภัณฑ์ที่จะจัดทำระบบรวมถึงลักษณะการนำผลิตภัณฑ์ไปใช้และกลุ่มผู้บริโภค
  4. ศึกษากระบวนการผลิตและจัดทำแผนภูมิกระบวนการผลิตของผลิตภัณฑ์ที่จะจัดทำระบบ
  5. ทวนสอบแผนภูมิการผลิตภายในสถานที่ผลิตจริง

และหลักการ  7   ประการในการจัดทำระบบ   ได้แก่

  1. วิเคราะห์อันตรายที่มีผลต่อความปลอดภัยของผู้บริโภคหรือกิจกรรมที่ขัดต่อบทบัญญัติของศาสนาอิสลามในการผลิตอาหารฮาลาล
  2. วิเคราะห์หาจุดควบคุมวิกฤต
  3. กำหนดค่าจำกัดวิกฤติ
  4. กำหนดแผนการเฝ้าระหว่างติดตาม
  5. กำหนดมาตรการการแก้ไขกรณีเกิดการเบี่ยงเบนจากค่าจำกัดวิกฤตที่กำหนด
  6. กำหนดกระบวนการในการทวนสอบระบบ
  7. จัดทำระบบควบคุมเอกสารและบันทึกคุณภาพ

ระวังเบคอนแบบเกล็ด (Bacon bits) คุณอาจบริโภคโดยไม่รู้ตัว

เบคอนแบบเกล็ด (Bacon bits) ธรรมชาตินั้นได้ผลิตมาจากเบคอนแท้ๆที่ทำมาจากหมู ส่วนเบคอนบิทเทียมนั้นได้ทำมากจากโปรตีนพืช โดยเฉพาะโปรตีนจากถั่วเหลือง ซึ่งได้แต่งสีและแต่งกลิ่นรสพร้อมด้วยส่วนประกอบอื่นๆ แม้ว่าเบคอนบิทจากธรรมชาติไม่เป็นที่ยอมรับสำหรับการผลิตเป็นอาหารฮาลาล แต่อาจใช้เบคอนบิทเทียมแทน ตราบใดที่สี กลิ่นและส่วนประกอบอื่นๆอีกเล็กน้อย ตลอดจนอุปกรณ์ในการผลิตนั้นได้ผ่านฮาลาล 

เจลาตินในผลิตภัณฑ์รักษาเส้นผม

เจลาตินถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในแชมพู แชมพูบำรุงเส้นผม ครีมนวด ครีมแต่งผม สเปรย์ผม และยาบำรุงเส้นผม การมีอยู่ของเจลาตินในผลิตภัณฑ์รักษาเส้นผม ทำให้ง่ายต่อการหวีผมทั้งที่เปียกและแห้ง นอกจากนี้เจลาตินยังถูกนำมาใช้เพื่อลดเวลาในการทำแห้งและปรับปรุงเส้นผมให้เงางาม

ทำไมหนังหมูถึงถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องหนัง?

หนังหมูนั้นมีราคาถูกและหาซื้อได้ง่ายในหลายๆประเทศ มันเบากว่าหนังกลับที่มาจากหนังวัว เนื่องจากราคาถูก หาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาดและขายได้ราคาดี เดิมทีหนังหมูถูกนำมาใช้บุภายในกระเป๋าเนื่องจากมีความบางและแข็งแรง แต่ขณะนี้ได้ใช้ประโยชน์ในหลายๆผลิตภัณฑ์ เนื่องมาจาก กำไรที่ได้จากการสั่งซื้อสูง

……………………………………………
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
– เราจะแยกแยะหนังหมูออกจากหนังชนิดอื่นได้อย่างไร?

– ถุงมือนิรภัยบ่อยครั้งทำมาจากหนังหมู

– ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากหนังหมู

http://www.facebook.com/?ref=hp#!/profile.php?id=100001679454198

เจลาตินในน้ำผลไม้

การเติมเจลาตินเข้าไปในน้ำผลไม้ เพื่อทำหน้าที่เป็นสารช่วยให้เกิดการตกตะกอน มันขจัดความขุ่นและช่วยเพิ่มความใส่ให้กับผลิตภัณฑ์ ผู้ผลิตน้ำผลไม้บางรายใช้เจลาตินเพื่อทำให้น้ำผลไม้มีความเข้มข้นขึ้นและยังเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการอีกด้วย เนื่องจากตัวของเจลาตินเอง มีคุณสมบัติที่ทำให้เกิดฟอง มันจึงเป็นเรื่องง่ายต่อการแปรรูปเพื่อให้ได้ปริมาณและรสชาติที่เพิ่มขึ้น

เจลาตินในโยเกิร์ต

การผลิตโยเกิร์ตรสผลไม้ที่ได้จากกวนและผ่านการพาสเจอร์ไรซ์นั้น แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยหากปราศจากสารที่ทำให้เกิดความคงตัวเช่น เจลาติน ผู้ผลิตโยเกิร์ตโดยส่วนใหญ่ผลิตโยเกิร์ตแบบธรรมดายังใช้เจลาตินเพื่อเพิ่มความแน่นเนื้อและคุณค่าทางโภชนาการ และยังช่วยป้องกันการแยกชั้นของเวย์อีด้วย คุณสมบัติที่ทำให้เกิดความคงตัวของเจลาตินนี้ยังทำให้เกิการแพร่กระจายของอุณหภูมิอย่างสม่ำเสมอในผลิตภัณฑ์